ถึงแม้ว่ารูปร่างจะดูเหมือนหลอดสูญญากาศในภาคขยายเสียงทั่วไปก็ตาม แต่หลอดนิ๊กซี่มีความร้อนต่ำมาก จึงมีชื่อเรียกว่าหลอดเย็น (Cold-cathode tube) ซึ่งเป็นชนิดหนึ่งของหลอดนีออน ในภาวะการใช้งานทั่วๆไปที่อูณภูมิห้อง ความร้อนจากหลอดควรน้อยกว่า 40 องศาเซลเซียส
หลอดนิ๊กซี่ชนิดที่ได้รับความนิยมที่สุด มีการแสดงผลเป็นตัวเลข 0-9 ส่วนแบบอื่นๆที่พบได้ได้แก่แบบตัวอักษร สัญลักษณ์ต่างๆ
สามารถทำให้ไส้หลอดที่เป็นขั้วลบสว่างออกมาเป็นสีส้มแดงได้โดยให้ความต่างศักย์ประมาณ 170 โวลต์ ที่ไม่กี่มิลลิแอมป์ อาจพบไส้หลอดสีอื่นๆได้บ้าง ขึ้นกับชนิดของไส้หลอด และก๊าซที่ใช้บรรจุในหลอด ในยุคหลังๆจะมีการผสมปรอทซึ่งจะทำให้หลอดใช้งานได้นานขึ้น สังเกตจากสีหลอดเวลาเปล่งแสง สีจะอมม่วงๆ อายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 ชม. สำหรับหลอดนิ๊กซี่ยุคแรกๆ และ มากกว่า 200,000 ชม. สำหรับหลอดนิ๊กซี่ในยุคหลังๆ
หลอดนิ๊กซี่ถูกคิดค้นโดยบริษัท Haydu Brothers Laboratories ต่อมาปี 1954 (พศ. 2507) บริษัท Burroughs Corporation ได้ซื้อบริษัท Haydu Brothers Laboratories และตั้งชื่อหลอดนี้ว่าหลอดนิ๊กซี่ (NIXIE) มาจากคำว่า NIX I ย่อมาจาก Numeric Indicator eXperimental No. 1
ความจริงก่อนหน้านี้ก็ได้มีการผลิดหลอดที่ใช้แสดงผล และจดลิขสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 1920 แล้ว แต่ลักษณะการแสดงผลจะแย่กว่าและเทคโนโลยีอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมต่างๆก็ไม่เหมาะสม จนถึงปี 1950 ทุกๆอย่างจึงลงตัว
จุดตกต่ำของหลอดนิ๊กซี่มาถึงเมื่อยุค 1970 นี้ โดยการค้นพบ LEDs (light-emitting diodes) และ VFDs (Vacuum fluorescent displays) เนื่องจากให้คุณภาพของการแสดงผลดีกว่า สว่างกว่า วงจรง่ายกว่า ประหยัดไฟกว่า เล็กกว่า และปลอดภัยกว่า
ที่มา วิกิพีเดียร์













.jpg)

.jpg)
