27 กรกฎาคม 2551

แผ่น(เสียง)ส่งเสียงได้อย่างไร

มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ที่ด้านหนึ่ง เศษเพชรชิ้นเล็กๆถูกลากผ่านแถบร่องที่กว้างเพียงสามในพันนิ้ว ลึกลงไปในแผ่นพลาสติกทรงกลมแบน แต่อีกด้านหนึ่ง เพลงของ (เซบัสเตียน) บ๊ากถูกเปล่งออกมาในอากาศ!
เมื่อหนึ่งร้อยสามสิบปีก่อน โทมัส เอดิสัน ได้แสดงให้เห็นว่า การสั่นของอากาศ หรือเสียงนั้น สามารถถูกเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบของเชิงกลที่มองเห็นได้ และอีกที สามารถเปลี่ยนกลับไปอยู่ในรูปแบบของเสียงได้เหมือนเดิม สิบปีหลังจากนั้น อิไมล์ เบอร์ลินเนอร์ ประดิษฐ์แผ่นอัดเสียงซึ่งสามารถใช้งานได้ทั่วไป และต่อมาถูกพัฒนาเป็นแผ่นเสียงนั่นเอง
เครื่องมือเหล่านี้ในยุคแรกไม่มีไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เสียงถูกขยายโดยแตรขนาดใหญ่ ปลายอีกด้านเป็นแผ่นไดอะแฟรมต่อกับเข็มซึ่งจะเปลี่ยนพลังงานเสียงที่สั่นในอากาศให้กลายเป็นร่อง เมื่อนำแผ่นมาเล่น ปลายเข็มที่ขยับไปมาตามร่องจะทำให้ไดอะแฟรมสั่นไปมา เกิดเป็นเสียงและถูกขยายให้ดังขึ้นโดยปากแตร
ยุคไฟฟ้าของแผ่นเสียงเกิดขึ้นมื่อ 1925 (พศ. 2468) หลังจากมีการประดิษฐ์หลอด เสียงซึ่งอยู่ในรูปสัญาณไฟฟ้าสามารถถูกขยายก่อนถูกแปลงให้เป็นร่องบนแผ่นเสียง และถูกเล่นกลับในรูปของสัญญาณไฟฟ้าสำหรับขยายต่อไป
130 ปีผ่านไป ปัจจุบันแผ่นเสียงก็ยังคงอยู่บนหลักการเดิมซึ่งถูกคิดค้นโดยเอดิสัน ซึ่งกล่าวไว้ว่า การสั่นในอากาศสามารถถูกเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบเชิงกล และสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นการสั่นในอากาศได้

แผ่นเสียงปัจจุบันเป็นผลแห่งการพัฒนาอันยาวนาน หนึ่งในการพัฒนาที่สำคัญถูกเรียกว่า ระบบ 45/45 ซึ่งสามารถทำให้ร่องหนึ่งร่องอัดเสียงสองแชนแนล หรือสเตอริโอได้ โดยร่องที่เป็นรูปตัววีทำมุม 90 องศาต่อกัน และทำมุม 45 องศากับแผ่นเสียง ข้อมูลของแชนแนลซ้ายจะถูกเก็บไว้ที่ขอบด้านในของตัววี (ด้านจุดหมุนของแผ่น) ส่วนข้อมูลของแชนแนลขวาจะถูกเก็บไว้ที่ขอบตัววีด้านนนอก
ระบบ 45/45 ทำให้แผ่นเสียงเล่นเสียงในรูปแบบสเตอริโอได้ แต่การที่จะทำให้แผ่นเสียงเล่นได้นานถึงหน้าละ 22 นาทีนั้นจำเป็นต้องใช้การพัฒนาร่องให้มีขนาดเล็ก และระยะห่างระหว่างร่องแตกต่างกัน ไม่คงที่ ขึ้นกับระดับของเสียง โดยระดับเสียงที่ดัง จะทำให้ร่องมีขนาดใหญ่มากกว่าเสียงที่เบา ซึ่งการพัฒนาทั้งสองนี้ทำให้เกิดแผ่นเสียงลองเพลย์สเตอริโอ 22 นาทีต่อหน้า ซึ่งแตกต่างจาก แผ่นเสียงดั้งเดิมระบบโมโนหน้าละ 5 นาที เป็นอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วร่องของแผ่นลองเพลย์แต่ละหน้าจะมีความยาวประมาณ 1400 ฟุต
แปลและเรียบเรียงจาก the abso!ute sound ฉบับเดือนมิถุนายน/กรกฎาคม 2007 หน้า 35

ไม่มีความคิดเห็น: