Metallica: Kill ‘Em All และ Metallica: Ride the lightning
Kill ‘Em All ต้นฉบับเดิมตั้งแต่ปี 1983 (พศ. 2536) อัดได้ห่วยโดยฝีมือของ Megaforce record ส่วนอัลบั้ม Ride the Lightning ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีการอัดจะดีขึ้น แต่โดยโปรดิวเซอร์ที่ฝีมือยังไม่ถึงขั้น และงบประมาณการอัดที่จำกัด ผลออกมาเรื่องคุณภาพเสียงก็ไม่ได้ต่างกันมากมายนัก
จึงดูเป็นไปแทบไม่ได้เลยที่บริษัทวอร์นเนอร์ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากโมบาย ไฟเดลิตี้ ตั้งใจจะทำให้สองอัลบั้มนี้มีคุณภาพเสียงระดับขึ้นหิ้ง โดยเอาอนาลอคเทปเข้าสู่กระบวนการมาสเตอร์ในที่สุดก็ออกมาเป็นไวนิล 180 กรัม 45 รอบต่อนาที !! เป้าหมายของแผ่นเสียงซีรีย์นี้อยู่ที่กลุ่มคนฟังเพลงร๊อค และพวกเขาก็ทำได้ดีมากเสียด้วย
ความดิบ และกร้าวของ Kill ‘Em All ดูจะชัดเจนมากขึ้น เบสของคลิฟ เบอร์ตันในเพลง The Four Horsemen ชัดเจน และเป็นตัวตนแบบที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน กีต้าร์ของทั้งเคิร์ต แฮมเมต และ เจมส์ เฮตฟิลด์ดุดันก้าวร้าวแยกซ้ายขวาเล่นสอดคล้องกันอย่างกลมกลืน ผลรวมอยู่ในขั้นที่น่าพอใจมาก
ส่วนคุณภาพของ Ride the Lightning ดูเหนือกว่าเล็กน้อย และสามารถขึ้นสู่ระดับอ้างอิงของออดิโอไฟล์ได้เลย ไม่เคยมีอัลบั้มเฮฟวี่ใดอัดเสียงโดยมีทั้งความกว้าง ความสูง และความลึกได้เช่นนี้มาก่อน กลองของอัลริชช์เติมเต็มแถวหลัง ฟังแล้วสามารถรับรู้ได้ถึงความพริ้วไหวของท่อนขา แขน และมือทั้งสองตามจังหวะของเพลง หรือไม่ว่าจะเป็นเบสของเบอร์ตันในเพลง The Call of Ktulu เสียงกีต้าร์ในท่อนอินโทรของเพลง Fade to Black ดูช่างมีสีสันและเปี่ยมด้วยพลังเป็นอย่างมาก
ทั้งสองอัลบั้มนี้ยังปั๊มบนแผ่นไวนิล 33 1/3 รอบต่อนาทีด้วย ซึ่งแน่นอนราคาย่อมถูกกว่า แต่ที่ 45 รอบต่อนาทีจะได้ความเปิด มวล และไดนามิคเรนจ์ที่มากกว่ามาก จนไม่สามารถกลับไปฟังเวอร์ชั่นเดิมๆบนซีดีได้อีกเลย
แปลและดัดแปลงจาก the abso!ute sound ฉบับเดือนสิงหาคม 2551 หน้า 126
Kill ‘Em All ต้นฉบับเดิมตั้งแต่ปี 1983 (พศ. 2536) อัดได้ห่วยโดยฝีมือของ Megaforce record ส่วนอัลบั้ม Ride the Lightning ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีการอัดจะดีขึ้น แต่โดยโปรดิวเซอร์ที่ฝีมือยังไม่ถึงขั้น และงบประมาณการอัดที่จำกัด ผลออกมาเรื่องคุณภาพเสียงก็ไม่ได้ต่างกันมากมายนักจึงดูเป็นไปแทบไม่ได้เลยที่บริษัทวอร์นเนอร์ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากโมบาย ไฟเดลิตี้ ตั้งใจจะทำให้สองอัลบั้มนี้มีคุณภาพเสียงระดับขึ้นหิ้ง โดยเอาอนาลอคเทปเข้าสู่กระบวนการมาสเตอร์ในที่สุดก็ออกมาเป็นไวนิล 180 กรัม 45 รอบต่อนาที !! เป้าหมายของแผ่นเสียงซีรีย์นี้อยู่ที่กลุ่มคนฟังเพลงร๊อค และพวกเขาก็ทำได้ดีมากเสียด้วย
ความดิบ และกร้าวของ Kill ‘Em All ดูจะชัดเจนมากขึ้น เบสของคลิฟ เบอร์ตันในเพลง The Four Horsemen ชัดเจน และเป็นตัวตนแบบที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน กีต้าร์ของทั้งเคิร์ต แฮมเมต และ เจมส์ เฮตฟิลด์ดุดันก้าวร้าวแยกซ้ายขวาเล่นสอดคล้องกันอย่างกลมกลืน ผลรวมอยู่ในขั้นที่น่าพอใจมาก
ส่วนคุณภาพของ Ride the Lightning ดูเหนือกว่าเล็กน้อย และสามารถขึ้นสู่ระดับอ้างอิงของออดิโอไฟล์ได้เลย ไม่เคยมีอัลบั้มเฮฟวี่ใดอัดเสียงโดยมีทั้งความกว้าง ความสูง และความลึกได้เช่นนี้มาก่อน กลองของอัลริชช์เติมเต็มแถวหลัง ฟังแล้วสามารถรับรู้ได้ถึงความพริ้วไหวของท่อนขา แขน และมือทั้งสองตามจังหวะของเพลง หรือไม่ว่าจะเป็นเบสของเบอร์ตันในเพลง The Call of Ktulu เสียงกีต้าร์ในท่อนอินโทรของเพลง Fade to Black ดูช่างมีสีสันและเปี่ยมด้วยพลังเป็นอย่างมากทั้งสองอัลบั้มนี้ยังปั๊มบนแผ่นไวนิล 33 1/3 รอบต่อนาทีด้วย ซึ่งแน่นอนราคาย่อมถูกกว่า แต่ที่ 45 รอบต่อนาทีจะได้ความเปิด มวล และไดนามิคเรนจ์ที่มากกว่ามาก จนไม่สามารถกลับไปฟังเวอร์ชั่นเดิมๆบนซีดีได้อีกเลย
แปลและดัดแปลงจาก the abso!ute sound ฉบับเดือนสิงหาคม 2551 หน้า 126
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น